การดูแลเบาหวานไม่ได้มีเพียงการงดหวาน แต่เป็นการทำงานร่วมกันของอาหาร กิจกรรมทางกาย ยา การติดตามระดับน้ำตาล และการตรวจภาวะแทรกซ้อนอย่างสม่ำเสมอ เป้าหมายควรปรับให้เหมาะกับอายุ โรคร่วม และแผนการรักษาของแต่ละคน
เข้าใจเบาหวานแบบไม่โทษตัวเอง
เบาหวานเป็นภาวะเรื้อรังที่ระดับกลูโคสในเลือดสูง เพราะร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ใช้อินซูลินได้ไม่ดี หรือทั้งสองอย่าง การดูแลที่ต่อเนื่องช่วยลดความเสี่ยงต่อหัวใจ ไต ดวงตา เส้นประสาท และเท้าได้
ห้าเรื่องที่ควรดูแลทุกวัน
1. กินเป็นเวลาและดูปริมาณรวม
จัดมื้อให้มีผัก โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม ลดเครื่องดื่มหวาน อาหารทอดบ่อย และอาหารที่มีโซเดียมสูง การงดอาหารเป็นมื้อ ๆ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ยาบางชนิด
2. เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ
การเดิน งานบ้าน ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมอื่นล้วนมีประโยชน์ เป้าหมายทั่วไปคือกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากมีปัญหาเท้า หัวใจ สายตา หรือเคยน้ำตาลต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มความหนัก
3. ใช้ยาตามแผน
รับประทานหรือฉีดยาตามเวลา ไม่เพิ่ม ลด หรือหยุดยาเอง จดอาการและค่าที่ผิดปกติเพื่อนำไปคุยกับทีมรักษา
4. ดูแลเท้า
ตรวจเท้าทุกวันว่ามีแผล พุพอง รอยแดง หรือบวม เลือกรองเท้าที่พอดี และไม่ตัดหนังแข็งหรือรักษาแผลเองเมื่อมีชาหรือเลือดไหลเวียนไม่ดี
5. นอนและจัดการความเครียด
การนอนไม่พอและความเครียดอาจทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลยากขึ้น วางเวลานอนให้สม่ำเสมอและใช้กิจกรรมผ่อนคลายที่เหมาะกับตัวเอง
การตรวจติดตามที่ไม่ควรลืม
นอกจากระดับน้ำตาลและ HbA1c ควรติดตามความดัน ไขมัน การทำงานของไต สุขภาพตา และเท้าตามนัด ความถี่ขึ้นอยู่กับชนิดเบาหวาน ยา และภาวะแทรกซ้อนของแต่ละคน
สัญญาณที่ควรขอความช่วยเหลือ
หากซึม สับสน หายใจลำบาก อาเจียนมาก หมดสติ หรือมีอาการน้ำตาลต่ำที่แก้ไขแล้วไม่ดีขึ้น ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนแผลที่เท้า บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือระดับน้ำตาลสูงต่อเนื่อง ควรติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็ว


